ความรักที่ล้นเหลือ

ท็อดด์ชวนอเล็กซ์น้องชายของเขาซึ่งเพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัย ให้มาอาศัยอยู่ด้วยกันในบ้านที่เขาสร้าง เขาต้องการช่วยให้น้องชายมีความมั่นคงทางการเงินจึงไม่เก็บค่าเช่าอยู่ระยะหนึ่ง หลังจากหกเดือนผ่านไป ท็อดด์จึงขอให้อเล็กซ์เริ่มจ่ายค่าเช่า หลายปีต่อมาอเล็กซ์ยื่นเรื่องเพื่อซื้อบ้านของตนเอง เมื่อเอกสารนั้นได้รับการอนุมัติ ท็อดด์ก็ทำให้อเล็กซ์ประหลาดใจโดยบอกว่าเขาฝากเงินค่าเช่าของอเล็กซ์ไว้ในบัญชีออมทรัพย์ตลอดหลายปีที่ผ่านมา และตอนนี้เงินจำนวนมากนั้นก็เป็นของอเล็กซ์แล้ว! อเล็กซ์ร้องไห้เมื่อได้รับของขวัญที่มากมายล้นเหลือนี้

ในเลวีนิติ 25 พระเจ้าทรงมอบพระบัญชาแก่โมเสสสำหรับชนอิสราเอล ซึ่งรวมถึงการยอมให้ผู้ที่ขัดสน “อยู่กับเจ้า” (ข้อ 35) คำสั่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการที่พระเจ้าทรงบัญญัติ “ปีบริสุทธิ์” (ข้อ 10) ที่เป็นเวลาแห่งการยกหนี้ ให้ผู้ที่ยากจนได้รับการช่วยเหลือ และผู้ที่เป็นทาสได้รับการปลดปล่อย (ข้อ 23-55) พระองค์ประกาศว่า พระองค์ได้ทรงนำประชากรของพระองค์ด้วยความรัก “ออกจากแผ่นดินอียิปต์ เพื่อยกแผ่นดินคานาอันให้แก่ [พวกเขา ] และที่จะเป็นพระเจ้าของ [พวกเขา ]” (ข้อ 38) พระองค์ทรงจัดเตรียมแผ่นดินที่เป็นบ้านเกิดแห่งใหม่ให้ และตอนนี้พวกเขาควรเลียนแบบพระองค์โดยแสดงความรักและเปิดบ้านให้ผู้อื่น

ต่อมาอัครสาวกยอห์นได้เขียนว่า “จงดูเถิด พระบิดาทรงโปรดประทานความรักแก่เราทั้งหลายเพียงไร ที่เราจะได้ชื่อว่าเป็นบุตรของพระเจ้า” (1 ยน.3:1) โดยการเสียสละของพระเยซู เราจึงได้รับความรักที่ล้นเหลือนี้อย่างบริบูรณ์ (ข้อ 16) และโดยการช่วยเหลือของพระองค์ เราจึงเผื่อแผ่ความรักอันล้นเหลือนี้แก่ผู้อื่นได้

ความเชื่อและคำกล่าวหาเท็จ

ไฟลุกไหม้ต่อเนื่องอยู่หลายวันเนื่องจากกระแสลมที่พัดอย่างรุนแรง นักประวัติศาสตร์ทาซิตัสได้บรรยายไว้ถึงเหตุการณ์โกลาหลที่เต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและประชาชนวิ่งหนีเพื่อเอาชีวิตรอด ในท้ายที่สุด เกือบสองในสามของกรุงโรมถูกทำลายลง จักรพรรดิเนโรแห่งโรมันใส่ร้ายผู้เชื่อในพระเยซูว่าเป็นผู้วางเพลิง พระองค์เกลียดชังคริสเตียนและเลือกพวกเขาเป็นแพะรับบาป
ในหายนะที่ลือกันว่าเป็นคำบัญชาของเนโรเอง!

เนหะมีย์เองก็ต้องเผชิญกับความร้อนแรงของข้อกล่าวหาเท็จเช่นกัน ท่านเคยเป็นข้าราชการของกษัตริย์เปอร์เซีย แต่ได้รับอนุญาตให้กลับไปยังกรุงเยรูซาเล็มพร้อมกับชาวอิสราเอลคนอื่นๆเพื่อซ่อมแซมกำแพง(นหม.2:1-10) แต่เมื่อกำแพงได้รับการซ่อมแซม พวกศัตรูกลับกล่าวหาชาวยิวว่า “เจตนาจะกบฏ” และตั้งเนหะมีย์ “เป็นพระราชา” (6:6) พวกเขาตอบสนองต่อข้อกล่าวหาเท็จโดยการแถลงและแสดงความบริสุทธิ์ (ข้อ 8) ยืนหยัดอย่างกล้าหาญด้วยฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า (ข้อ 11) และอธิษฐานวิงวอนต่อพระองค์ (ข้อ 14) ในที่สุดศัตรูของพวกเขาก็ “กลัวและเขาก็น้อยเนื้อต่ำใจ” เมื่อเขาทั้งหลาย “หยั่งรู้ว่า [การซ่อมกำแพง] ที่ได้สำเร็จไปก็ด้วย พระเจ้า...ทรงช่วยเหลือ” (ข้อ 16)

จะมีบางคราวที่ผู้อื่นกล่าวหาเราอย่างผิดๆ แต่เมื่อพระเจ้าประทานกำลังที่เราต้องการ เราก็จะสามารถให้อภัยผู้ที่กล่าวหาเรา และ “รักษาความประพฤติอันดี” เพื่อว่า “เมื่อมีคนติเตียน [เรา]ว่าประพฤติชั่ว เขาจะได้เห็นการดีของ [เรา] และเขาจะได้สรรเสริญพระเจ้า” (1 ปต.2:12)

หัวใจที่เปลี่ยนโดยพระเจ้า

เช่นเดียวกับคนจำนวนมากที่ต่อสู้กับสื่อลามก รัสเซลล์ก็เคยดูมันตั้งแต่อายุยังน้อย ความปรารถนาที่จะดูมันนั้นรุนแรงมากและมันเป็นพิษต่อหัวใจของเขา “ชีวิตของผมถูกมันครอบงำอย่างสิ้นเชิง” เขาเขียน “เหมือนกับมะเร็งร้ายที่กระจายอยู่ในทุกอณูของร่างกาย” แต่โดยพระคุณของพระเจ้าในที่สุดเขาก็เป็นอิสระจากอำนาจของสื่อลามกและสิ่งเสพติดอื่นๆ เมื่อเขาได้รับความรอดในพระเยซู และได้รับการเปลี่ยนแปลงจากภายในสู่ภายนอก “ผมขอถวายเกียรติทั้งสิ้นให้กับพระเยซูคริสต์… [พระองค์] เป็นผู้ทรงปลดปล่อยผม” รัสเซลล์กล่าว

เยเรมีย์ส่งสารจากพระเจ้าไปยังอิสราเอลว่า วันหนึ่งพระองค์จะ “บรรจุพระธรรมไว้ในเขาทั้งหลาย และเราจะจารึกมันไว้บนดวงใจของเขาทั้งหลาย” (31:33) ภายใต้พันธสัญญาใหม่ซึ่งสำเร็จในพระคริสต์ (ฮบ.8:6-13)นั้้น ทุกคนสามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยพระคุณของพระเจ้าผ่านทางความเชื่อ และบัดนี้ “พระวิญญาณของพระองค์...ทรงสถิตอยู่ใน [เรา] ทั้งหลาย” (รม.8:11) และธรรมบัญญัติของพระเจ้าก็ถูกจารึกไว้ในใจของเรา สำหรับรัสเซลล์และทุกคนที่เชื่อนั้นฤทธิ์เดชของพระวิญญาณบริสุทธิ์จะประทานสิ่งที่จำเป็นให้กับเรา เพื่อเราจะสามารถหันหลังให้กับพฤติกรรมที่เป็นอันตราย ซึ่งไม่เป็นที่พอพระทัยพระเจ้าและทำลายชีวิตของเรา

การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นในทันทีหรือทำได้ง่ายเสมอไป แต่ขอให้เราจดจำไว้ว่าเมื่อเรากำลังจัดการกับบาปที่ยากต่อการแก้ไขรวมถึงการเสพติด พระเจ้าทรงสามารถเปลี่ยนแปลงหัวใจของเราได้ (ยรม.31:33) พระองค์ตรัสว่า เจ้า “จะรู้จักเรา” (ข้อ 34) และเราจะรับรู้ได้ถึงฤทธิ์อำนาจในการเปลี่ยนแปลงจิตใจของพระองค์ได้เช่นกัน

ความหวังในการรอคอย

อลิดาตรวจดีเอ็นเอในปี 2020 และพบว่าเธอมีรหัสพันธุกรรมที่ตรงกันกับชายที่อาศัยอยู่ชายฝั่งทะเลตรงข้ามกันในประเทศอเมริกา ต่อมาเธอกับลูกสาวพบบทความข่าวในช่วงทศวรรษ 1950 ที่ทำให้พวกเขาสรุปได้ว่า ชายในข่าวคนนี้คือ หลุยส์ ลุงของอลิดาที่หายตัวไปนานแล้ว! เขาถูกลักพาตัวจากสวนสาธารณะในปี 1951 เมื่ออายุได้หกขวบ การตรวจดีเอ็นเอครั้งนั้นเกิดขึ้นหลังจากที่หลุยส์หายตัวไปเป็นเวลาเจ็ดสิบปี ในที่สุดก็นำไปสู่การกลับมาพบกันใหม่อย่างมีความสุขของสมาชิกครอบครัวร่วมสายเลือด อลิดากล่าวว่า “จากเรื่อง[ของเรา]นี้ อาจช่วยเหลือครอบครัวอื่นๆได้...ฉันอยากจะบอกว่าอย่ายอมแพ้”

เจ็ดสิบปีเป็นเวลาที่ยาวนานในการรักษาความหวังเอาไว้ เยเรมีย์และประชาชนในยูดาห์คงจะรู้สึกแตกสลายและหวาดกลัวเมื่อพระเจ้าตรัสว่า พวกเขา “จะปรนนิบัติกษัตริย์กรุงบาบิโลนอยู่เจ็ดสิบปี” (ยรม.25:11) แต่พวกเขาไม่ฟังพระเจ้าและไม่หันกลับจาก “ทางชั่ว...และจากการกระทำผิดของตน” (ข้อ 5) ซึ่งนั่นทำให้พวกเขากลายเป็น “ที่น่าหวาดเสียวและเป็นที่เยาะเย้ย” (ข้อ 9) ในพระธรรมเยเรมีย์ประชาชนถูกประณามมากกว่าสามสิบครั้งที่พวกเขาไม่ฟังพระเจ้า เจ็ดสิบปีอาจรู้สึกยาวนานไม่มีที่สิ้นสุด แต่พระเจ้าจะทรงอยู่กับพวกเขา และทรงสัญญาว่าฤดูกาลที่ยากลำบากจะสิ้นสุดลงในที่สุด (29:10)

เมื่อเราเผชิญกับฤดูกาลที่ท้าทายซึ่งดูเหมือนจะดำเนินต่อไปเรื่อยๆ โปรดระลึกไว้ว่าในขณะที่เรามีปัญหาในการไว้วางใจพระเจ้า แต่พระองค์ทรงสัญญาว่าพระองค์จะอยู่กับเราและรักเรา (30:11) เราจะพบความหวังได้ เมื่อเราฟังพระองค์และรอคอยด้วยความคาดหวัง

ท่าทางในการอธิษฐาน

การต่อสู้กับโรคเรื้อรังเป็นเวลานานทำให้จิมมี่ต้องเจ็บปวดอย่างมาก แม้เขาปรารถนาจะใช้เวลากับพระเจ้าทุกเช้า อธิษฐานต่อพระองค์ และใคร่ครวญพระวจนะ แต่เขาไม่พบวิธีที่จะจัดวางร่างกายบนเก้าอี้โดยไม่เจ็บปวด เขาขยับไปมาแต่ก็ยังเจ็บอยู่ ในที่สุดเขาก็คุกเข่าลงด้วยความสิ้นหวัง ขณะที่ทำเช่นนั้น ท่าอธิษฐานนี้กลับทำให้ความเจ็บปวดทรมานนั้นลดลง เช้าวันต่อๆมา จิมมี่ใช้เวลากับพระเจ้าโดยการคุกเข่าลง เขารู้สึกสบายแม้ขณะที่อธิษฐานต่อพระองค์

เยโฮชาฟัทพระราชาแห่งยูดาห์เผชิญกับการต่อสู้เช่นเดียวกัน ไม่ใช่ความเจ็บปวดแต่เป็นศัตรูที่มาคุกคาม (2 พศด.20:1-2) พระองค์ “กลัว และมุ่งแสวงหาพระเจ้า” (ข้อ 3) ประชากรทั้งสิ้นในยูดาห์ก็แสวงหา “ความช่วยเหลือจากพระเจ้า” เช่นกัน (ข้อ 4) พระเจ้าทรงได้ยินคำอธิษฐานของพวกเขา และพระวิญญาณของพระองค์เสด็จมาสถิตกับคนเลวีคนหนึ่งชื่อยาฮาซีเอล ผู้ถ่ายทอดข้อความปลอบประโลมใจนี้แก่กษัตริย์ “อย่ากลัวเลย และอย่าท้อถอย...พระเจ้าทรงสถิตอยู่กับท่าน” (ข้อ 15, 17) เยโฮชาฟัท “โน้มพระเศียรก้มพระพักตร์ของพระองค์ลงถึงดิน” และคนทั้งปวง “ได้กราบลงต่อพระเจ้า นมัสการพระเจ้า” (ข้อ 18)

ในช่วงเวลาที่เจ็บปวดและยากลำบาก เรามักสัมผัสได้ว่าพระเจ้าทรงอยู่ใกล้ด้วยวิธีการอันน่าครั่นคร้าม เมื่อพระองค์ทรงช่วยให้เรายอมจำนนต่อพระประสงค์ของพระองค์ และดำเนินชีวิตตามท่าทีในการอธิษฐานในใจของเรา เราจะพบความสบายใจและความสงบสุขในพระองค์

การทรงเรียกของเราในพระคริสต์

จินนี่ ฮิสลอปได้รับเกียรติด้วยการยืนขึ้นและปรบมือเมื่อเธอรับใบปริญญาบัตรวุฒิปริญญาโทในปี 2004 ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะเธอได้รับ 84 ปีหลังจากที่เธอส่งวิทยานิพนธ์สำเร็จ ในปีค.ศ. 1941 เธอเหลือแค่ต้องส่งวิทยานิพนธ์เท่านั้น แต่ในขณะนั้นจอร์จแฟนของเธอถูกเรียกตัวกะทันหันให้ไปรับใช้ชาติในสงครามโลกครั้งที่ 2 ทั้งสองจึงแต่งงานกันอย่างรวดเร็วและไปที่หน่วยทหารของเขา ทิ้งใบปริญญาที่เกือบจะสำเร็จแล้วของจินนี่ไว้เบื้องหลัง แต่หลังจากการหยุดพักอย่างยาวนาน เธอก็ทำในสิ่งที่เริ่มต้นไว้ได้สำเร็จในที่สุด

เอสราเป็นนักศึกษาพระคัมภีร์ ผู้มี “ปริญญาขั้นสูง” ในเรื่องธรรมบัญญัติของพระเจ้า ท่านรอคอยมาหลายปีเพื่อกลับสู่เยรูซาเล็มหลังการตกเป็นเชลยในบาบิโลน “เอสราได้ตั้งใจของท่านที่จะศึกษาธรรมบัญญัติของพระเจ้า ...และสอนกฎเกณฑ์” (อสร.7:10) เศรุบบาเบลและกลุ่มคนอิสราเอลที่ถูกจับเป็นเชลยได้รับอนุญาตให้กลับจากบาบิโลนเพื่อสร้างพระวิหารในกรุงเยรูซาเล็มหลายสิบปีก่อนหน้านั้น (2:1-2) และตอนนี้เอสราผู้ซึ่งมี “พระหัตถ์ประเสริฐของพระเจ้าของท่านอยู่กับท่าน” (7:9) ได้นำผู้ถูกจับเป็นเชลยกลับสู่เยรูซาเล็มมากขึ้น พระเจ้าจะทรงใช้ท่านให้รื้อฟื้นและฟื้นฟูการนมัสการพระองค์อย่างถูกต้องตามหลักพระคัมภีร์ “เอสราได้เปิดหนังสือ[ธรรมบัญญัติ]ต่อหน้าประชาชน...เขาทั้งหลายโน้มตัวลงนมัสการพระเจ้า” (นหม.8:5-6)

เอสราต้องรอคอยหลายสิบปี แต่ท่านก็ทำให้การทรงเรียกสำเร็จด้วยพระกำลังของพระเจ้า ขอให้เรายืนหยัดที่จะทำงานที่พระองค์มอบหมายให้้สำเร็จ โดยฤทธิ์อำนาจของพระองค์

ขุดให้ลึกเพื่อพบปัญญา

คนงานก่อสร้างในฟลอริดาที่ทำงานในโครงการระบายน้ำมูลค่า 42 ล้านดอลลาร์สหรัฐได้ขุดพบสมบัติล้ำค่า ลึกลงไปในดินพวกเขาพบเรือประมงจากช่วงทศวรรษปี 1800 ที่ยังอยู่ในสภาพดี ในเรือลำนี้มีสิ่งประดิษฐ์ด้วยฝีมือคนที่น่าสนใจมากมาย เช่น ตะเกียงน้ำมันก๊าด แก้วน้ำที่ทำจากกะลามะพร้าว และเหรียญ กำลังมีการศึกษาเรือลำนี้อยู่โดยหวังว่ามันจะสามารถบอกรายละเอียดเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในภูมิภาคนั้นเมื่อกว่าร้อยปีที่แล้วได้ “[มัน]เป็นมากกว่าแค่เรือ[มัน]เป็นเครื่องเตือนใจถึงผู้คนทั่วไป” นักโบราณคดีทางทะเลคนหนึ่งกล่าว การขุดลึกลงไปทำให้พวกเขาได้รับความรู้และปัญญา

เมื่อเราศึกษาพระธรรมปัญญาจารย์ เราจะพบสมบัติล้ำค่าทางปัญญามากมาย คือภูมิปัญญาเก่าแก่ที่สะท้อนถึงชีวิตประจำวันของยุคนั้นๆและยุคของเราด้วย ซาโลมอนเปิดเผยว่า “จิตใจของคนที่มีสติปัญญาก็เข้าใจ​...ว่าไม่ว่าอะไรทั้งนั้นย่อมมีวาระและวิธีการ” (ปญจ.8:5-6) ท่านบันทึกไว้ว่าเราจะพบปัญญาในการระลึกถึง “​ทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงทำ​” (ข้อ 17 TNCV) และการระลึกถึงว่าพระองค์ทรงเป็นผู้ใด (12:1) พระเจ้าเพียงผู้เดียวที่ทำให้ชีวิตเรามีความหมาย นอกจากพระองค์แล้ว ชีวิตก็ “อนิจจัง” (8:14) พระปัญญาของพระองค์ทำให้เราได้สัมผัสกับชีวิตที่น่าพึงพอใจและเต็มไปด้วยความชื่นชมยินดีต่อพระพักตร์พระองค์ (ข้อ 15)​

พระธรรมปัญญาจารย์เปิดเผยว่าคนรุ่นหนึ่ง “ผ่านมาแล้ว...ผ่านไป” (1:4 TNCV) ดังที่เห็นได้จากเรือที่พบในฟลอริดา แต่พระปัญญาของพระเจ้าจะนำไปสู่ชีวิตและเป้าหมายที่แท้จริงและยั่งยืน (ยน.10:10) ให้เราศึกษาพระคัมภีร์อย่างลึกซึ้งเพื่อจะได้พบภูมิปัญญาเก่าแก่ที่พระเจ้าประทานให้

ชีวิตในพระคริสต์

ครอบครัวหนึ่งซึ่งขาดการติดต่อกับไทเลอร์ผู้เป็นทั้งลูกชายและน้องชายของพวกเขา ได้รับโกศที่บรรจุเถ้ากระดูกของเขา เขาเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาดด้วยวัยเพียงยี่สิบสองปี เป็นเวลาหลายปีที่ไทเลอร์ต้องรับมือกับผลเสียจากการเสพยาและการตัดสินใจที่ผิดพลาด แต่ก่อนที่จะมีรายงานว่าเขาใช้ยาเกินขนาดนั้น เขาเลิกยาได้หลังจากใช้เวลาอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวและเข้าร่วมโปรแกรมฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็พบสิ่งที่น่าตกใจว่า แท้จริงแล้วไทเลอร์ยังมีชีวิตอยู่! พวกเขาเข้าใจผิดคิดว่า ชายหนุ่มอีกคนที่เสียชีวิตจากการใช้ยาเกินขนาดเป็นไทเลอร์ หลังจากที่กลับมาอยู่กับครอบครัวและครุ่นคิดถึงการเสียชีวิตของชายหนุ่มคนนั้น ไทเลอร์ก็กล่าวว่า “นั่นอาจจะเป็นตัวผมเอง”

ครั้งหนึ่งคนอิสราเอลก็ได้รู้ถึงความตายของตัวเอง แม้ว่าพวกเขาจะยังมีชีวิตอยู่ ในบทเพลงแห่งการคร่ำครวญ ผู้เผยพระวจนะอาโมสได้ร้องเพลงบทนี้ให้ประชากรที่กบฏของพระเจ้าฟัง “พรหมจารีอิสราเอล ล้มลงแล้ว และจะไม่ลุกขึ้นอีก” (อมส.5:2) ถ้อยคำเหล่านี้กระตุกความสนใจของพวกเขา พวกเขาตายแล้วหรือ! แต่ผู้เผยพระวจนะพูดถ้อยคำแห่งการหนุนน้ำใจที่พระเจ้าพระองค์เองตรัสว่า “จงแสวงหาเราและดำรงชีวิตอยู่” และ “จงแสวงหาความดี...พระเจ้าจอมโยธาจึงทรงสถิตกับเจ้า” (ข้อ 4, 14) แม้ว่าอิสราเอลจะตายแล้วในการบาป แต่พระองค์ทรงเชื้อเชิญพวกเขาให้หันกลับมาหาพระองค์และพบชีวิต

ขณะเมื่อเราจัดการกับบาปของตัวเองนั้น ให้เราสารภาพและนำมันไปมอบให้กับพระองค์ผู้ทรงรักและให้อภัยเรา พระเจ้าจะทรงนำเราด้วยความรัก ให้พ้นจากความตายไปสู่ชีวิต (ยน.5:24)

ไม่มีความทุกข์ที่สูญเปล่า

เธอมองตาผมแล้วพูดว่า “อย่าให้ความทุกข์ของคุณสูญเปล่า” ในทันทีนั้นผมหวนคิดไปถึงเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่ผมเป็นผู้นำในพิธีไว้อาลัยลูกชายวัยหนุ่มของเธอที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ เธอรู้ว่ากำลังพูดถึงอะไรอยู่ เธอรู้จักความทุกข์ แต่ก็รู้ด้วยว่าพระเจ้าจะทรงใช้สิ่งนี้เพื่อถวายเกียรติแด่พระองค์และเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น ซึ่งเป็นสิ่งที่เพื่อนคนนี้ทำได้อย่างดีเยี่ยม เมื่อผมได้ยินคำพูดของเธอ ที่ปลอบโยนและหนุนใจในขณะที่ผมเผชิญกับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งขั้นสุดท้าย เธอทำให้ผมระลึกว่าพระเจ้าทรงได้ยินเสียงร้องไห้และคร่ำครวญของผม และพระองค์อยู่ด้วยกับผมในความทุกข์นั้น และอาจทรงใช้มันเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นในทางใดทางหนึ่ง

โมเสสรู้ว่าพระเจ้าสถิตอยู่กับประชากรของพระองค์ในความทุกข์ของพวกเขา พระเจ้าตรัสว่า “เราเห็นความทุกข์ของประชากรของเราที่อยู่ในประเทศอียิปต์แล้ว เราได้ยินเสียงร้องของเขา...เรารู้ถึงความทุกข์ร้อนต่างๆของเขา” (อพย.3:7) บางครั้งคนอิสราเอลก็เหมือนกับเราที่จะต้องรู้สึกโดดเดี่ยวในความทุกข์ที่พวกเขามี แต่พระเจ้ารับรองว่าทรงมีแผนที่จะ “ช่วยเขาให้รอด” และได้ยิน “คำร่ำร้อง” จากใจของพวกเขา (ข้อ 8-9) ในที่สุดแล้วพระองค์จะทรงใช้ความทุกข์นั้นเพื่อทำให้ความเชื่อของพวกเขาเติบโต มีชัยชนะเหนือศัตรูและถวายเกียรติแด่พระองค์

สดุดี 90 เป็นบทเดียวที่เชื่อว่าเขียนโดยโมเสส ท่านประกาศว่าแม้ “ชีวิตนั้นมีแต่ความ[ทุกข์ ]ลำบาก” (ข้อ 10 THSV 11) แต่ “ความรักมั่นคง” ของพระเจ้าอยู่ด้วย “ตลอดวันเวลาของข้าพระองค์” (ข้อ 14) โดยความรักของพระองค์จะไม่ทรงให้ความทุกข์ของเราสูญเปล่า และเราเองก็ไม่ควรทำเช่นนั้น

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไป นั่นเป็นการแสดงว่าท่านยอมรับ นโยบายการใช้คุกกี้ของเรา